
UFUN ได้เปิดทำการมาแล้วทั้งหมด 9 ประเทศ
UFUN เปิดตัวครั้งแรกที่ประเทศฮ่องกง แต่มาตั้งสำนักงานที่บางนา ประเทศไทย เพื่อหวังขยายไปสู่ ฐานไปสู่ AEC และภูมิภาคอื่นๆ ทั่วโลก UFUN เน้นทำธุรกิจออนไลน์ ซึ่งมีลักษณะคล้ายกับ eBay, Amazon, Enzodo, Agoda, Coupong, Tard.com คือเป็นเว็บในลักษณะ Marketplace หรือเว็บตลาดกลางรวบรวมสินค้าและบริการ โดย UFUN จะได้ค่าธรรมเนียมจากการซื้อขายสินค้าและบริการจากสมาชิกเหมือนเว็บทั่วๆ ไป
UFUN มีเว็บไซต์ในเครือมากมาย เช่น ufunclub.com | ubonuss.com | utokens.com | ufunstore.com | ufungold.com | ufunclubs.com | ufunglobal.com โดยเว็บไซต์เหล่านี้ซื้อขายกันด้วยเงินดิจิตอล ชื่อว่า U-TOKEN เท่านั้น

สำนักงานใหญ่ UFUN

ตั้งอยู่ที่ 74/174 ซอยบางนา-ตราด 25 บางนา กรุงเทพฯ 10260

พลโท อธิวัฒน์ สุ่นปาน ผู้บริหาร UFUN ประจำประเทศไทย
คณะผู้ก่อตั้ง และผู้บริหาร UFUN

การสร้างแบรนด์ของ UFUN ให้เป็นที่รู้จัก




UFUN Store ตั้งอยู่ที่ประเทศมาเลเซีย
UFUN ในประเทศต่างๆ

3 บทบาทสำคัญของ UFUN
1. UFUN คือผู้สร้างตลาดกลางซื้อขายสินค้าออนไลน์
คล้ายๆ กับ eBay, Amazon, CJ.com,Google Play ที่ไม่มีสินค้าเป็นของตัวเอง แต่ไปเอาสินค้าแบรนด์เนมต่างๆ เข้ามายัง รวมทั้งยังอนุญาติให้สมาชิกนำสินค้ามาขายบนร้านค้าออนไลน์ ซึ่งก็คือ ufunstore.com และ ubartertrade.com โดยการซื้อ-ขายต้องใช้สกุลเงิน U-TOKEN
ทุกๆ การซื้อขายบน ufunstore.com และ ubartertrade.com UFUN จะเก็บค่าธรรมเนียม โดยจะจ่ายค่าคอมมิชชั่นไปยังผู้ที่สามารถแนะนำลูกค้ามาซื้อสินค้าบนเว็บไซต์ทั้ง 2 เว็บนี้ได้ คล้ายๆ กับ ebay และ Amazon ที่ทำระบบ Affiliate program แต่ UFUN ใช้ระบบ M2M

1. UFUN คือผู้สร้างสกุลเงิน U-TOKEN
U-TOKEN เป็นเงินดิจิตอล เพื่อซื้อ-ขายสินค้า หรือทำธุรกรรมการเงินทางอินเตอร์เน็ต ที่ใครๆ ก็สามารถนำไปแลกเปลี่ยนได้ระหว่างกันได้ ยิ่งมีการใช้กันแพร่หลาย UFUN ก็ยิ่งมีกำไร ยิ่งมีร้านค้าหรือเจ้าของสินค้ายอมรับสกุลเงิน U-TOKEN มากเท่าไหร่ ค่าของเงินก็จะเพิ่มสูงขึ้น ซึ่ง ผู้คือเงิน U-TOKEN ของ UFUN จะได้ประโยชน์โดยตรง
โดย UFUN จะคิดค่าธรรมเนียมทุกๆ ครั้งที่มีการซื้อ-ขาย หรือทำธุรกิจทางการเงิน รายได้จากค่าธรรมเนียม บริษัทจะนำไปเป็นต้นทุนด้านการตลาด หรือแบ่งคืนกลับไปเป็นผลตอบแทนให้กับสมาชิก

UFUN ได้จดทะเบียน Utoken Reserve Company Limited ที่ประเทศอังกฤษ เพื่อให้อยู่ภายใต้กฎหมายยุโรป และเพื่อให้เป็นไปตามกฎของ Basel (กฎเกณฑ์การกำกับดูแลและกำหนดมาตรฐานสถาบันการเงินที่เป็นสากลเพื่อความมั่นคงและเสมอภาคของสถาบันการเงินต่างๆทั่วโลก) ที่ตั้งอยู่ในเมือง Basel ในประเทศสวิสเซอร์แลนด์
ว่าด้วยกฎของ Basel
กฎของ Basel บอกไว้ว่าในการที่แต่ละประเทศ ต้องการที่จะผลิตธนบัตรออกมาใช้นั้น จะต้องมีเงินคงคลังหรือมีทองวางคงคลังไว้ 22%เพื่อความมั่นคงของค่าเงินนั้นๆ แต่ประเทศอเมริกาได้รับข้อยกเว้น คือวางเพียงแค่ 3% เนื่องจากมีความมั่นคงสูง
UFUN ได้ทำการวางเงินเพื่อค้ำประกันกับ 2 bank และอีก 1 สถาบันการเงิน ประมาณ 22% เพื่อความมั่นคงและเสถียรของเงิน Utoken นี้ โดยร่วมกับ UDBP Bank , BDG Bank และNico Financial โดยการเซนต์สัญญาวางเงินนี้ ได้เกิดขึ้นไปแล้ว เมื่อวันที่ 16 มีนาคมที่ผ่านมา โดยผู้ที่ลงนามในฐานะผู้ดูแลและมีอำนาจสูงสูงใน UFUN เมืองไทย คือท่านพลโทอธิวัฒน์ สุ่นป่าน โดยทำเป็นสัญญา MOA
ภาพการลงนาม MOA เมื่อวันที่ 16 มีนาคม 2557

พลโทอธิวัฒน์ สุ่นป่าน เป็นผู้ทำเป็นสัญญา MOA

ภาพการลงนาม MOA

3. UFUN เปรียบเสมือนนายธนาคาร

ใครที่ขายสินค้าได้ U-TOKEN ได้เยอะ หรือสะสม U-TOKEN ไว้เยอะๆ ก็สามารถนำมาแลกเป็นเงินสดได้ เมื่อเห็นว่าขายได้กำไร โดย UFUN ได้ทำกระดานซื้อ-ขายให้กับสมาชิก
การซื้อขาย U-TOKEN นี้เป็นไปตามหลักเศรษฐศาสตร์ เมื่อมีคนอยากจะซื้อ U-TOKEN ก็จะแพง ทุกๆ การซื้อขาย UFUN จะเก็บค่าธรรมเนียม เพื่อนำไปใช้ในกิจกรรมการตลาด
ทุกๆ การซื้อ-ขาย UFUN จะดึง U-TOKEN ออกจากระบบ 10% ดังนั้น จึงทำให้ค่าของ U-TOKEN มีมูลค่าสูงขึ้นตลอดเวลา
ดูข้อมูลธุรกิจเพิ่มเติมได้ที่ www.ufunbiz.com
ดูข้อมูลธุรกิจเพิ่มเติมได้ที่ www.ufunbiz.com

